Frozen Ring บทที่ 2
posted on 22 Nov 2009 20:08 by biology43 in FrozenRingบทที่ 2
รุ่งอรุณแห่งวันใหม่ได้สาดส่องเข้ามาในห้องของท่านหญิงเรน่าแห่งเมืองเอนไชรน์ และท่านหญิงขี้เซาก็ยังคงหลับต่อไปแม้ว่าแสงแดดจะปลุกเธอเพียงไรเธอก็จะพลิกตัวไปอีกฝั่งหนึ่งเพื่อหลบแสงอาทิตย์
"เรน่า! ลูกจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนฮะลูกรัก" ผู้เป็นภรรยาของท่านเจ้าเมืองตะโกนเรียกลูกสาวที่ยังไม่ตื่นจากที่นอน
"นี่! เรน่าลูกไม่รู้หรอว่านี่กี่โมงกี่ยามแล้ว" ผู้เป็นแม่บอกกับลูกสาวอย่างเอือมระอา
"อย่าให้แม่เข้าไปลากลูกลงมาจากที่นอนนะ" แม่กล่าวเตือนลูกสาว
"เอาหน่า. . .แม่ นอนอีกหน่อยบ้านเมืองเราก็คงไม่หายไปไหนหรอก" ลูกสาวย้อนผู้เป็นแม่
"เรน่า! แม่เตือนลูกแล้วนะ แม่จะเข้าไปล่ะ" ผู้เป็นแม่พูดขึ้นพร้อมเดินไปจับลูกบิดประตูห้องของลูกสาว ทันทีที่ลูกสาวได้ยินเสียงมือจับลูกบิดประตู
"โอเคค่ะแม่! ตื่นแล้วไม่ต้องเข้ามาลากก็ได้ค่ะ" ลูกสาวกระเด้งตัวขึ้นจากเตียงนอนพร้อมกับตะโกนปฏิเสธไม่ให้ผู้เป็นมารดาเข้ามาในห้อง
"ก็ได้ลูกงั้นแม่ให้เวลาอีกสามสิบนาทีแล้วเจอกันที่โต๊ะอาหารด้านล่างนะ โอเคมั้ยลูก" ผู้เป็นแม่บอกกับลูกสาว
"ได้ค่ะแม่" ลูกสาวกล่าวตอบพร้อมกับลุกขึ้นจัดเก็บที่นอนอย่างเรียบร้อย
หลังจากนั้นสามสิบนาทีผู้เป็นลูกสาวของท่านเจ้าเมืองก็เดินลงมาจากชั้นสองของบ้านเพื่อมารับประทานอาหารเช้ากับผู้เป็นพ่อและแม่
"ปัง!"เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้ผู้เป็นพ่อและแม่ที่กำลังนั่งคุยกันอยู่หันมาทางต้นเสียงทันที
"เข้ามาเลยจ๊ะลูกรัก แม่กำลังรอลูกอยู่เลย"ผู้เป็นแม่กล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามาในห้องห้องรับประทานอาหาร
หลังจากที่ทุกคนในครอบครัวรับประทานอาหารเช้าเสร็จต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปทำงาน ท่านเจ้าเมืองซึ่งมีงานหลายอย่างที่ยังไม่ได้สะสางก็รีบเดินเข้าไปในห้องทำงานของตนทันทีที่กินข้าวเช้าเสร็จ
"เรน่า วันนี้ลูกมีเรียนวาดเขียนตอนเก้าโมง เรียนเต้นรำตอนสิบโมง เรียนวิชาการปกครองตอนสิบเอ็ดโมง และเรียนขี่ม้าตอนเที่ยงนะจ๊ะลูก" ผู้เป็นแม่บอกตารางเรียนช่วงเช้าของลูกสาว
"โห! แม่กะจะไม่ให้ลูกสาวคนนี้ได้ออกไปเที่ยวพักผ่อนบ้างเลยหรอ" ผู้เป็นลูกสาวบ่นทันทีเมื่อได้ฟังตารางเรียนช่วงเช้าจากผู้เป็นมารดาของตน
"นี่เรน่าฟังแม่นะลูก อีกไม่กี่ปีลูกก็จะต้องรับตำแหน่งจากพ่อของลูกแล้ว ลูกอยากจะให้ประชาชนของเราติฉินนินทาเจ้าเมืองของตนเองหรือที่เจ้าเมืองของพวกเขาไม่มีความสามารถพอที่จะปกครองพวกเขาได้น่ะลูก" ผู้เป็นแม่กล่าวสั่งสอนลูกสาว
"ก็ได้ค่ะแม่" ผู้เป็นลูกสาวกล่าวตอบแม่ของตนอย่างปลงตก
"เอาเถอะเรน่า แม่เชื่อว่าลูกสาวของแม่น่ะเก่งที่สุดอยู่แล้ว" ผู้เป็นแม่กล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปกอดลูกสาวของตนเอง
"พยายามเข้านะลูก แม่จะเป็นกำลังใจให้" ผู้เป็นภรรยาของเจ้าเมืองกล่าวให้กำลังใจลูกสาว
"ขอบคุณค่ะแม่" ผู้เป็นลูกสาวตอบพร้อมกับเดินกลับเข้าไปในห้องของตนเอง
ทางด้านบ้านของเซียร์นั้นงานค่อนข้างล้นมือ เนื่องจากวิลนั้นทำอาชีพเป็นพ่อค้าขายอัญมณีซึ่งทั้งขาย และรับซื้ออัญมณีเลอค่ามากมายทำให้เงินที่ได้กำไรจากอาชีพนี้นั้นมากมายเสียจนบางครั้งก็มิอาจประเมิณค่าได้เลยเดียว และไม่นานวิลก็เริ่มมีชื่อเสียงในเรื่องค้าอัญมณีเป็นอันดับต้นๆของเมือง
"สวัสดีครับคุณพ่อค้า วันนี้ผมมีอคัวมารีนเม็ดงามมาเสนอขาย" ชายร่างเล็กผิวคล้ำแดดผู้หนึ่งพูดกับวิล
"งั้นผมขอดูของก่อนละกันนะครับ คุณลูกค้า" ผู้เป็นพ่อค้าอัญมณีกล่าวตอบ
"อะนี่ครับ อคัวมารีนของผม" ลูกค้าพูดขึ้น
"อืม. . .สวยงามมากเลยนะครับเนี่ยเม็ดนี้น่ะ งั้นผมให้แปดสิบเหรียญทองละกัน" วิลพูดกับลูกค้าอัญมณีของเขา
"อะไรกันพ่อค้า เม็ดออกจะใหญ่และงามขนาดนี้ทำไมให้เพียงแค่แปดสิบเหรียญทองเองล่ะ" ลูกค้าพูดขึ้นด้วยความแปลกใจที่ของตนได้ราคาน้อย
"จะว่าไปแล้วมันก็ดีนะครับ แต่มันมีตำหนิเยอะไปหน่อย งั้นผมให้เก้าสิบเหรียญทองขาดตัวเลยละกันครับ คุณลูกค้า" พ่อค้าอัญมณีกล่าว
"ผมขอหนึ่งร้อยเหรียญทองก็แล้วกันนะพ่อค้า คือว่ามันมาไกลน่ะ" ลูกค้ากล่าวต่อรองราคาอัญมณีของเขา
"งั้นเก้าสิบห้าเหรียญทองละกันโอเคมั้ยเป็นกลางดี" พ่อค้ากล่าวตอบลูกค้าไป
"ก็ได้ครับเก้าสิบห้าก็เก้าสิบห้า เชิญครับ" ลูกค้าพูดขึ้นพร้อมกับผายมือไปที่อคัวมารีนสีฟ้าสวยของตนเอง
"อะนี่ครับเหรียญทองของคุณ ขอบคุณที่มาใช้บริการนะครับ" พ่อค้าอัญมณีกล่าวขอบคุณลูกค้า
หลังจากนั้นก็มีลูกค้ามาเสนอขายสินค้ากับวิลมากมายทั้งดีบ้างไม่ดีบ้าง วิลก็รับและปฏิเสธบ้างตามความเหมาะสมของสินค้าซึ่งเขาก็พอใจมากสำหรับวันนี้
"วิลครับวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ลูกค้าเยอะจังเลยนะครับวันนี้" เด็กหนุ่มกล่าวทักทาย
"ก็ดีครับคุณหนู แล้ววันนี้ไม่ออกไปเที่ยวในตัวเมืองหรือขอรับ"
วิลกล่าวถามเด็กหนุ่ม
"อีกซักพักผมค่อยไปแล้วกันครับ ผมขอรดน้ำต้นไม้ในสวยหลังบ้านให้เสร็จก่อนแล้วกัน" เด็กหนุ่มกล่าว
"คุณหนูนี่เป็นเด็กดีจังเลยนะขอรับ ช่วยแบ่งเบางานผมไปได้เยอะเลย" วิลกล่าวชมเชย
"ไม่เป็นไรหรอกครับวิล ผมอยากใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์มากกว่า" เด็กหนุ่มพูดขึ้นอย่างขัดเขินในคำชมนั้น
"'งั้นฝากด้วยละกันนะขอรับคุณหนู" วิลกล่าว
"เดี่ยวถ้าหากว่าผมเสร็จจากรดน้ำแล้ว ผมจะออกไปเที่ยวนะครับ" เด็กหนุ่มพูดกับวิล
"ตามสบายครับคุณหนู เดี๋ยวผมจะทำอาหารไว้รอคุณหนูกลับละกันนะขอรับ" วิลกล่าวอย่างยิ้มๆ
"ขอบคุณมากครับวิล" เด็กหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปที่หลังบ้านเพื่อทำงานของตน ส่วนวิลก็สนทนากับลูกค้าของเขาต่อไป
หลังจากนั้นไม่นานเด็กหนุ่มก็เดินออกไปเที่ยวเล่นในเมืองตามที่ได้บอกกับวิลไว้ เด็กหนุ่มเดินมาที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่งใจกลางเมืองซึ่งมีผู้คนแน่นเต็มร้าน
"มากี่ที่หรือขอรับ คุณลูกค้า" พนักงานถามเด็กหนุ่ม
"ที่เดียวแหละครับ" เด็กหนุ่มตอบ
"งั้นตามมาทางนี้เลยขอรับ" พนักงานร้านกล่าวขึ้นพร้อมกับพาเซียร์เดินเข้าไปด้านในของร้านน้ำชาแห่งนี้
ภายในร้านค่อนข้างใหญ่โตมากทีเดียวในสายตาของเซียร์ซึ่งร้านแห่งนี้ประดับตกแต่งร้านด้วยโทนสีเขียวทำให้ดูแล้วสบายตา และตรงกลางร้านยังปูด้วยพรมสีแดงเข้มยิ่งทำให้ร้านนี้ดูหรูหราขึ้นมาก
"เชิญทางนี้ครับ คุณลูกค้า" พนักงานพูดทำลายภวังค์ของเด็กหนุ่มพร้อมกับเดินเข้าไปด้านในซึ่งมีโต๊ะว่างอยู่หนึ่งตัวพอดี
"ขอบคุณมากครับ" เด็กหนุ่มกล่าวขอบคุณ
"นี่เมนูครับคุณลูกค้า เดี๋ยวอีกห้านาทีผมจะมารับเมนูนะครับ" พนักงานพูดกับเด็กหนุ่ม
"เชิญตามสบายเลยครับ" เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับก้มลงดูเมนูในมือของตน
ห้านาทีต่อมาพนักงานคนเดิมก็เดินมารับเมนูที่โต๊ะของเด็กหนุ่ม
"จะรับอะไรดีครับ คุณลูกค้า" พนักงานถามเด็กหนุ่ม
"งั้นผมเอาชาที่ดีที่สุดของร้านนี้ล่ะกัน" เด็กหนุ่มตอบ
"ได้ครับคุณลูกค้า กรุณารอสิบนาทีนะครับ" พนักงานกล่าวพร้อมกับถือเมนูเดินเข้าไปในครัว
สิบนาทีต่อมาพนักงานก็เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับถ้วยชาที่มีควันลอยขึ้นมาซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร้อนของน้ำที่อยู่ด้านในถ้วย
"ชาที่สั่งได้แล้วครับคุณลูกค้า ถ้าจะสั่งอะไรเพิ่มก็กดกริ่งเรียกได้เลยนะครับ" พนักงานวางขาลงบนโต๊ะพร้อมกับเดินไปรับเมนูโต๊ะอื่น
หลังจากที่เด็กหนุ่มนั่งดื่มชาได้สักพักหนึ่ง เด็กหนุ่มได้สังเกตเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันนั้นมองมาทางเด็กหนุ่มบ่อยครั้ง แต่เด็กหนุ่มนั้นไม่สนใจและนั่งดื่มชาต่อไป ทันใดนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ก็ลุกเดินมาทางโต๊ะของเด็กหนุ่ม
"เฮ้ย! ไอหนุ่มแกมองหน้าทำไมวะ หรือว่าแกต้องการที่จะหาเรื่องฮะ" ชายร่างใหญ่ที่สุดในกลุ่มถามเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงชวนหาเรื่อง
"ทำไมพี่ชายถึงพูดแบบนั้นล่ะ พี่ชายมองผมเองไม่ไช่หรอ" เด็กหนุ่มย้อน
"อ้าว! ไอหนุ่มพูดแบบนี้มันหาเรื่องกันนี่หว่า" ชายฉกรรจ์กล่าวอย่างโมโห
"ผมว่าพี่ชายอย่ามีเรื่องกับผมจะดีกว่านะ ผมถือว่าผมเตือนพี่ก็แล้วกัน" เด็กหนุ่มกล่าว
"โอ้โห! แกนี่นอกจากจะกวนข้าแล้ว แกยังรนหาที่อีกนะงั้นข้าก็จะจัดให้ เด็กๆลุยเว้ย!" หัวหน้ากลุ่มสั่งลูกน้องให้ลุยเด็กหนุ่มทันทีด้วยความหมั่นไส้
"ผมเตือนพี่ชายแล้วนะว่าอย่ามีเรื่องกับผม" เด็กหนุ่มกล่าวพร้อมกับวิ่งเข้าไปตะลุมบอนกับกลุ่มชายฉกรรจ์ทันที
ชายฉกรรจ์มากมายรุมต่อยและเตะเด็กหนุ่ม แต่เด็กหนุ่มนั้นมีความสามารถในการต่อสู้ค่อนข้างสูงจึงหลบ และปัดป้องหมัดพวกนั้นได้อย่างสบาย หากชายฉกรรจ์มีหรือจะยอมแพ้ต่างรีบหยิบอาวุธที่สามารถหาได้ใกล้ตัว เช่น ขวดเหล้า หรือ เก้าอี้ เข้าฟาดฟันเด็กหนุ่ม แม้ว่าชายฉกรรจ์จะเข้าตะลุมบอนเด็กหนุ่มอย่างหนัก หากเด็กหนุ่มก็สามารถตอบโต้พวกชายฉกรรจ์เพียงแค่มือเปล่าจนชายฉกรรจ์บางคนนั้นถึงกับร้องโอดครวญหมดสภาพที่จะสู้ต่อไปตามๆกัน
หลังจากนั้นไม่นานการตะลุมบอนของเด็กหนุ่มกับชายฉกรรจ์ก็เป็นอันจบลงด้วยชัยชนะของเด็กหนุ่ม โดยเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นตกอยู่ภายใต้การสังเกตของลูกค้าภายในร้าน ซึ่งบางคนนั้นถึงกับตาค้างเนื่องจากไม่คิดว่าเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวจะสามารถคว่ำกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดลงได้
"กริ้ง! คุณพนักงานครับเก็บเงินด้วย" เสียงกดกระดิ่งดังขึ้นเมื่อเด็กหนุ่มดื่มน้ำชาหมด
"ทั้งหมดราคาห้าเหรียญทองครับคุณลูกค้า" พนักงานกล่าวหลังจากที่ดูเมนูบนโต๊ะเสร็จ
"ชาของร้านคุณนี่รสชาติเข้มข้นดีนะครับ และก็ยิ่งอร่อยขึ้นไปอีกเมื่อเพิ่มรสชาติของชายฉกรรจ์สักกลุ่มหนึ่ง แล้วก็เงินนี่สำหรับค่าซ่อมร้านนะครับ" เด็กหนุ่มกล่าวอย่างยิ้มๆ พร้อมกับโยนถุงเหรียญทองให้พนักงานไปถึงหนึ่ง
"ขอบคุณที่ใช้บริการนะคร้าบ" พนักงานกล่าวขอบคุณเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเดินออกจากร้านไป
"เฮ้อ. . .ซ่อมร้านครั้งที่สามสิบเพราะลูกค้าตะลุมบอนกันอีกแล้ว" พนักงานคิดอย่างปลงตก
หลังจากที่เซียร์ได้พังร้านน้ำชาแห่งหนึ่งไปแล้ว เด็กหนุ่มก็เดินต่อไปที่เนินเขาทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นที่ที่เขาชอบไปอยู่บ่อยครั้งเช่นเคย
ทางเดินลูกสาวท่านเจ้าเมืองเอนไชรน์นั้นก็กำลังขะมักเขม้นกับการเรียนขี่ม้าเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากด้วยหญิงสาวนั้นเรียนหนักมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวจึงอยากที่จะพักผ่อนบ้างหากทหารองครักษ์ก็ติดตามนายของตนอยู่ตลอดไม่ให้คลาดสายตาเหมือนจะรู้ว่าหากนายหญิงของตนไปพักผ่อนเมื่อไรมีอันต้องหายตัวไปเสียทุกที และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน
"หนอยแน่! เจ้าพวกองครักษ์ทั้งหลายดูซิว่าคราวนี้จะตามม้าของข้าทันหรือเปล่า" หญิงสาวคิดในใจอย่างสนุก
"ไปเร็วเจ้าม้า. . .นี่แหนะ!" หญิงสาวเอาเท้ากระทุ้งสีข้างของม้าสีหมอกที่ตนเองขี่อยู่พร้อมกับออกคำสั่งให้มันควบทะยานออกไปนอกคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว
เหล่าองครักษ์ทั้งหลายต่างมองกันอย่างตกตะลึงที่นายหญิงของตนควบม้าออกไปนอกคฤหาสน์ด้วยความเร็วสูงอย่างเหลือเชื่อ
"งานเข้าอีกแล้วไง เฮ้อ. . ." องครักษ์ทั้งหลายต่างนึกคำพูดเดียวกันในใจอย่างไม่ต้องนัดหมาย
"กรุบกรับๆๆ" เสียงม้าต่างพากันควบทะยานออกไปนอกคฤหาสน์เพื่อไปตามหานายหญิงของตนเองอย่างเสียงดัง
"เฮ้อ. . .เอาอีกแล้วไงเรน่า ชอบทำมห้ที่บ้านวุ่นวายอยู่เรื่อยเลยจริงๆ" ท่านเจ้าเมืองคิดอย่างปลงตกกับกระกระทำของลูกสาวในครั้งนี้ เมื่อมองลงมาจากหน้าต่างในห้องทำงาน
กลับมาอีกครั้งหลังจากหายไปชาติเศษๆฮ่าๆ ช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวดูแลสุขภาพกันด้วยนา (เจ้าของบลอคเสร็จเจ้าเชื้อโรคไปเรียบร้อย!!) มีความเห็นยังไงก็ติชมกันได้ครับ =D
ปล POP DJ แล้ววุ้ยยย!!!
ปล 2 หลายคนคงจะงงแต่ สาวก TECHNIKA คงจะเข้าใจ